Home » News » โซมาเลีย อัล-ชาบับ ‘เอาจริง-ยิงประหารชีวิต’ 5 สายลับ !!

โซมาเลีย อัล-ชาบับ ‘เอาจริง-ยิงประหารชีวิต’ 5 สายลับ !!

กลุ่มผู้ก่อการร้ายหัวรุนแรง ‘อัล-ซาบับ’ พร้อมอาวุธหนัก ยิงชาย 5 คนกลางสถานที่สาธารณะ และพ่วงด้วยชาวอังกฤษเชื้อสายโซมาเลีย โดยอ้างว่าพวกเขาคือ ‘สายลับ’ ซึ่งการกระทำในครั้งนี้เป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นว่าเกิดการรุกคืบเข้ามาครอบครองพื้นที่ส่วนใหญ่ทางภาคใต้ ถึงแม้รัฐบาลจะเข้มงวดและเพิ่มกำลังการกวาดล้างแล้วก็ตาม

สำนักข่าวรอยเตอร์ เปิดเผยข้อมูลอันน่ากลัวเหล่านี้ในวันที่ 10 ตุลาคม พ.ศ.2561 เนื้อความกล่าวถึงเรื่อง อิทธิพลของ อัล – เซบับ ในส่วนตอนบนของประเทศแอฟริกาว่ากำลังอ่อนแอลง โดยมีสาเหตุจากการที่โดนกองกำลังของสหภาพแอฟริกา หรือ AU ขับไล่ออกไปในปี พ.ศ.2554 และเมื่อขับไล่ออกไปแล้วทั้งกองทัพของประเทศโซมาเลียเองร่วมด้วยกองทัพของสหรัฐอเมริกายังคงเดินหน้าปราบปรามอย่างไม่ลดละ

ทางด้านนาย โมฮาเหม็ด อาบู อับดัลลาห์ ผู้ว่าการแห่ง อัล – ซาบับ ณ ภูมิภาคจับบา ออกมากล่าวถึงเรื่องเหตุการณ์ ที่มีชาย 5 คนถูกยิงจนถึงแก่ความตายในที่สาธารณะ ตอนช่วงเช้าของบ่ายวันอังคาร วันที่ 9 ตุลาคม พ.ศ.2561 หลังจากที่บุคคลเหล่านี้ได้รับสารภาพต่อหน้าศาลว่าเป็น ‘สายลับ’ ซึ่ง 1 ใน 5 คนนั้น ถูกยิงในที่สาธารณะเปรียบได้กับการ ‘ประหาร’ และหนึ่งใน 5 คนนั้นมีชายคนหนึ่งมีนามว่า ‘นายอาวาเล่ อาเหม็ด โมฮาเหม็ด’ อายุ 32 ปี เข้ามาสืบความลับเจาะลึกให้แก่หน่วยข่าวกรองของอังกฤษ หรือ MI6 หลังจากนั้นเขาก็เดินทางมายังประเทศโซมาเลีย เพื่อก่อตั้งกลุ่ม I.S.

‘นายอาวาเล่ อาเหม็ด โมฮาเหม็ด’ ได้เปิดเผยว่า สมาชิกอีก 3 คนก็เป็นสายลับให้แก่สหรัฐ อีกทั้งยังเป็นผู้ชี้เป้าการโจมตีให้แก่โดรนของสหรัฐอีกด้วย ส่วนชายอีกคนหนึ่งเป็นสายลับจากโซมาเลียเอง

ทั้งนี้กลุ่ม ‘อัล – ซาบับ’ เองก็พยายามเป็นอย่างมากในการโค่นล้มรัฐบาลโซมาเลียให้จงได้ ทั้งนี้ตัวรัฐบาลเองก็กำลังอ่อนแอ อีกทั้งยังมีสหประชาชาติหนุนหลัง เพราะต้องการสร้างรัฐบาลตามความต้องการของอุดมการณ์ ทั้งนี้ ‘อัล ชาบับ’ต่อสู้โดยมีอุดมการณ์สร้างรัฐอิสลามเคร่งจารีต ซึ่งพวกเขาเคยได้รับชัยชนะมาแล้วครั้งหนึ่ง และแน่นอนว่านำเอากฎหมายอิสลามมาปกครอง แต่ผลปรากฏคือไม่ได้ทำให้โซมาเลียมีการพัฒนาหรือเจริญเติบโตขึ้นแต่อย่างใด อีกทั้งยังมีพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ ทั้งการก่อการร้าย, ส่งคนไประเบิดพลีชีพ, กราดยิงประชาชนโดยมิสนใจ ทั้งหมดนี้พวกเขาอ้างคำสอนในศาสนาอิสลาม นอกจากนี้ยังมีพฤติกรรมรุกรานศาสนาอิสลามนิกายซูฟี ซึ่งเป็นนิกายหนึ่ง พร้อมทั้งบุกทำลายสุเหร่าอย่างงไม่ปราณี ซึ่งทางสหรัฐเองก็เข้ามาช่วยเหลือโดยการส่งกองกำลังทางทหารเข้ามาร่วมด้วย